เนปาลระอุ เดือดเผารัฐสภาวอดทั้งหลัง!


.
เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2025 อาคารรัฐสภาเนปาล (เรียกว่า Singha Durbar) ถูกผู้ชุมนุม “Gen-Z” บุกเข้าไปและจุดไฟเผาอย่างหนักหลังการประท้วงต่อต้านการคอร์รัปชัน และการแบนโซเชียลมีเดีย นำไปสู่การลาออกของนายกรัฐมนตรี KP Sharma Ol
.
จากการประเมินภายหลัง พบว่า มีอาคารหลายส่วนภายใน Singha Durbar ได้รับความเสียหายหนัก เช่น สำนักงานของรัฐมนตรีหลายกระทรวง, พรรคการเมือง, Supreme Court ก็ถูกเผาไม่เหลือชิ้นดี
.
วัสดุและของตกแต่งภายใน เช่น เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้สำนักงาน เอกสารสำคัญ ถูกเผา ถูกทำลาย หรือถูกปล้นหายไปจนหมดสิ้น
.
แต่จุดที่เราอยากชวนมองอีกมุมคือ ทำไมไฟถึงลุกลามและสร้างความเสียหายได้ขนาดนี้!? ลองมาเจาะลึกไปที่โครงสร้างและวัสดุของตัวอาคารกันครับ
.

 1. อย่างแรกคือตัวอาคาร ใช้วัสดุผสมไม้ภายใน (หรือที่เราเรียกว่า คอมโพสิต) และมีปูนขาว ซึ่งเป็นปูนที่ผลิตจากวัสดุธรรมชาติครับ บอกแบบนี้ ติดไฟง่ายแน่นอน พอโดนไฟแล้วก็จะยิ่งลามไวขึ้น
.

 2. ตัวอาคารใช้หลังคาไม้ หุ้มโครงแบบทรัสส์ไม้ (Wooden Truss) ไฟที่ลุกลามขึ้นไปจะมีพื้นที่ให้ลุกลามตามแนวหลังคาครับ กลายเป็นว่าจากการลามเล็ก ๆ จะยิ่งลามเป็นวงกว้างขึ้น
.

 3. ไฟกับอากาศมักเป็นของคู่กัน เมื่ออาคารรัฐสภามี State Hall ที่สูงถึงสองชั้น เลยทำให้อากาศยิ่งระบายได้ดี แต่ไม่ได้หมายความจะทำให้ไฟมอดลงได้ไว กลับกันเลย มันยิ่งจะทำให้ไฟลุกขึ้นสูง และความสะสมได้มากขึ้น แล้วจะยิ่งควบคุมไฟได้ยากอีกด้วยครับ
.

 4. ระบบดับเพลิงอัตโนมัติ อาจยังไม่ได้หมาะกับสถานการณ์ฉุกเฉินขนาดนั้น จากข่าว ยังไม่มีข้อมูลเต็มว่ามีระบบ ดับเพลิงอัตโนมัติ หรือ Fire Suppression เช่น หัวกระจายน้ำด้านบนที่ทันสมัยเหมือนปัจจุบันไหม ถ้าของเดิมเป็นอาคารเก่า ระบบฉุกเฉินที่ป้องกันไฟได้ อาจจะไม่เพียงพอครับ
.

 5. การตกแต่งภายใน และของตกแต่ง พวกงานศิลปะ จากที่สังเกตในหลาย ๆ คลิปที่กลุ่ม Gen-Z บุกเข้าไปในอาคาร เราจะเห็นงานศิลปะมากมาย รวมถึงของตกแต่งเต็มไปหมดครับ หลัก ๆ ก็จะเป็นพวก เพดานวาดลวดลาย กลิตเตอร์ ไม้แกะสลัก หรือวัสดุทองเหลือง กระจกไม้ที่ตกแต่งเพิ่มความสวยงาม เป็นวัสดุไม่ทนไฟ และเมื่อเกิดเหตุไฟลาม จะยิ่งทำให้เกิดการลุกลามและทำให้ความเสียหายมากขึ้นอีกด้วยครับ
.
เหตุการณ์ครั้งนี้อาจถูกจดจำในฐานะ “ไฟประวัติศาสตร์” ที่เผารัฐสภาเนปาลวอดทั้งหลัง แต่สิ่งที่สะท้อนออกมาคือ บทเรียนด้านการออกแบบอาคาร ความงามเพียงอย่างเดียวไม่พอ หากขาดการคำนึงถึงความปลอดภัยและความทนไฟ อาคารที่เป็นสัญลักษณ์ของชาติ ก็อาจกลายเป็นเพียงเถ้าถ่านในพริบตา
.
ท้ายที่สุด แอดก็ขอเป็นกำลังใจให้ชาวเนปาล ผ่านพ้นวิกฤตทางการเมืองและไฟครั้งนี้ไปได้ เพราะแท้จริงแล้ว เนปาลเป็นดินแดนที่สวยงามมาก เต็มไปด้วยผู้คนที่มีน้ำใจอัธยาศัยดี ขอให้ความสงบสุขและความสุขหวนกลับคืนสู่แผ่นดินแห่งขุนเขาอีกครั้ง 


#nepal#เนปาล#SinghaDurbar#genz#sharma
#deccogospark#gospark#news#ข่าวด่วน

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่